วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประกาศผลการคัดเลือกประกวดความเรียง
My Story :Voluntary Service

รางวัลชนะเลิศ
    นางสาวจุรีพร ดาวแก้ว โรงเรียนสายปัญญาในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
    นางสาวรัฐธิปัตย์ มะเสนา โรงเรียนร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
    นางสาวพิชญดา อึ้งพยัคฆ์เดช โรงเรียนศรียานุสรณ์ จังหวัดจันทบุรี



วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รายชื่อผู้เข้ารับการอบรมโครงการอบรมผู้อำนวยการฝึกอบรม

รายชื่อผู้เข้ารับการอบรมโครงการอบรมผู้อำนวยการฝึกอบรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 สิงหาคม 2558 ณ ศูนย์พัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจกรรมเยาวชน "ผิน แจ่มวิชาสอน" เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
 
 
 

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อาสายุวกาชาดถวายรายงาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

อาสายุวกาชาดถวายรายงาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เรื่อง การอบรมอาสาสมัคร สภากาชาดไทย ในงานชุมนุมกาชาด ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 “สภากาชาดไทย : การพัฒนาระบบอาสาสมัครเพื่อขับเคลื่อนจิตอาสาในสังคมไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 กรกฏาคม 2558 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี






ประชุมยกร่าง ข้อบังคับสภากาชาดไทย

       วันที่ 23 กรกฏาคม 2558 นางสุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เป็นประธานการประชุมยกร่าง ข้อบังคับสภากาชาดไทย หมวดที่ 9 ว่าด้วยยุวกาชาด โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพฯ ผู้อำนวยการสำนักนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมพลศึกษา ผู้อำนวยการสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมในการประชุมฯ ครั้งนี้ ณ โรงแรมนารายณ์ กรุงเทพฯ

 




วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Youth as Agents of Behavioral Change

       สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ร่วมกับ สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) จัดอบรม Youth as Agents of Behavioral Change (YABC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 -24 กรกฎาคม 2558 ณ ภัตตาคาร อารีรัง ซอยสุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากนายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีอาสายุวกาชาดเข้ารับการอบรมครั้งนี้จำนวน 22 คน

       ซึ่งหลักสูตรนี้ มุ่งเน้นให้เยาวชนเป็นศูนย์กลางแห่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทัศนคติ และส่งเสริมวัฒนธรรมการไม่ใช้ความรุนแรง และความสงบสุข โดยจะเน้นบทบาทความเป็นผู้นำของเยาวชน รวมถึงพัฒนาความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับกาชาดและหลักการกาชาด











ปาฐกถา...สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



ปาฐกถา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ในพิธีเปิดการชุมนุมกาชาด ครั้งที่ ๑๑

        เนื่องในการชุมนุมกาชาด ครั้งนี้ ขอให้ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการอาสาสมัครและกิจการของสภากาชาดไทย การชุมนุมกาชาดครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นงานสำคัญของสภากาชาดไทย ภายใต้แนวคิด “สภากาชาดไทย : การพัฒนาระบบอาสาสมัครเพื่อขับเคลื่อนจิตอาสา
ในสังคมไทย” ในปี ๒๕๕๘ นี้ถือว่าเป็น “ปีแห่งอาสาสมัครสภากาชาดไทย” จึงเป็นโอกาสที่ท่านทั้งหลาย จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จะได้นำประสบการณ์ในการทำงานมาแลกเปลี่ยนกัน
ทั้งยังได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายอาสาสมัครของสภากาชาดไทย และแผนแม่บท
การพัฒนาระบบงานอาสาสมัคร ที่จะทำให้การประสานงานและการปฏิบัติงานด้านอาสาสมัครเป็นไปอย่างสอดคล้อง กัน มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ และประชาชน
เนื่องในวันนี้เป็นวันชุมนุมกาชาด มีเหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ อาสาสมัคร ผู้บริหารสภากาชาดไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องมาชุมนุมพร้อมหน้ากัน ทุกท่านมาร่วมแสดงพลัง
ด้วยความเข้มแข็งและมีจิตใจที่มุ่งมั่น ในการดำเนินงานตามหลักการกาชาดสากล ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม คือ การช่วยเหลือ ป้องกัน บรรเทาความทุกข์ทรมาน การคุ้มครองชีวิตและสุขภาพอนามัยของเพื่อนมนุษย์ โดยปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความเต็มใจ และมีเมตตาการุณ หลักการกาชาดสากลอีกประการหนึ่ง คือ การเป็นองค์กรอาสาสมัคร พวกเราทุกคนจึงควรต้องช่วยพัฒนาให้สภากาชาดไทยเป็นองค์กรอาสาสมัครที่แท้ จริง ที่มีอาสาสมัครรูปแบบต่างๆ มาช่วยกันดำเนินการตามภารกิจ และเสริมสร้างจิตอาสาในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านทั้งหลายที่เป็นเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอ ถือว่าเป็นอาสาสมัคร
ในท้องถิ่น ช่วยดูแลกิจการงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย ด้วยความเสียสละ ความภาคภูมิใจ ที่ได้อาสาเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และช่วยพัฒนางานอาสาสมัครของสภากาชาดไทย
องค์กรกาชาดและสภากาชาดไทย กำเนิดขึ้นด้วยพลังจิตอาสาอย่างแท้จริง องค์กรกาชาดระหว่างประเทศเกิดจากการที่มีอาสาสมัครช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในการ สู้รบระหว่างกองทัพออสเตรียกับฝรั่งเศส และต่อมาก็มีการก่อตั้งสภากาชาดไทย อันสืบเนื่องจากจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
กรณีพิพาทเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต และได้รับทุกข์ทรมาน
จึงได้มีการระดมอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ประชาชน ถือกำเนิดเป็นสภาอุณาโลมแดงแห่งสยาม เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๓๖ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของสภากาชาดไทย ในพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดสยาม พุทธศักราช ๒๔๖๑ ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตราขึ้นเพื่อวางระเบียบการทำงานของสภากาชาดไทย มาตราหนึ่งกำหนดว่า “สภากาชาดไทยมีไว้ด้วยความมุ่งหมายจะกระทำกิจในทางเมตตาการุณ”
ในปี ๒๕๐๓ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย สมัยปัจจุบันมีพระราชดำริตั้งเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้มีแผนจัดตั้งแต่ยังไม่ได้ทำการอย่างจริงจัง รัฐบาลในขณะนั้นรับสนองพระราชดำริจัดตั้งเหล่ากาชาดจังหวัดอย่างเป็นทางการ ในทุกจังหวัด เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๐๔ รวม ๖๙ จังหวัด สภากาชาดไทยจึงกำหนดวันที่ ๒๗ มกราคม ของทุกปีเป็นวันก่อกำเนิดเหล่ากาชาดจังหวัด ต่อมาได้จัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอเป็นกำลัง ช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัด โดยความร่วมมือของผู้มีจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการในส่วนภูมิภาค เหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอำเภอ มีบทบาทสนับสนุนภารกิจหลัก
๔ ด้าน และหลักการกาชาด ๗ ประการ เกิดหัวใจจิตอาสา ก่อเกิดสิ่งที่มีคุณค่าทางชีวิต
ในยุคปัจจุบันสมัยที่ประเทศไทยพัฒนาสังคมเศรษฐกิจอย่างรวดรวดเร็ว คนที่เห็นความสำคัญ
ของสิ่งที่มีค่าทางการเงิน เป็นหลัก
จากจุดกำเนิดดังกล่าว เห็นได้ว่าสภากาชาดไทยนั้น เกิดขึ้นจากหัวใจของผู้มีจิตอาสา
มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม อย่างไม่หวังผลตอบแทน ด้วยใจสมัคร มุ่งมั่น และเต็มใจ ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทำให้สภากาชาดไทย รวมทั้งเหล่ากาชาดจังหวัดมีลักษณะพิเศษต่างจากหน่วยงานอื่น
ในช่วงเวลา ๑๒๒ ปี นับจากปีที่ก่อตั้งสภากาชาดไทย ประเทศไทยเจริญพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ปัจจุบันมีความท้าทายหลายประการในสังคมไทย เช่น การเข้าสู่สังคมสูงวัยที่จะมีผู้สูงวัยจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือและ การสงเคราะห์ หรือการที่สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่เน้นความก้าวหน้าทางด้านวัตถุ ในขณะที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งๆ
มีผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือจำนวนมาก ในสภาพดังกล่าวนี้ สังคมเราก็จะอยู่โดยดูแต่
สิ่งที่มีคุณค่าทางการเงินอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีสิ่งที่มีคุณค่าทางชีวิต ได้แก่
หัวใจจิตอาสา และ สิ่งที่มีคุณค่าทางสังคมที่เป็นนามธรรม ได้แก่ ความเอื้ออาทร ความมีเยื่อใยในสังคม ให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องมี สิ่งที่มีคุณค่าทางชีวิตและสิ่งที่มีคุณค่าทางสังคมที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ อาสาสมัครประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเอื้ออาทร มีเยื่อใย มีจิตอาสาและ
มีจิตวิญญาณแบบอาสาสมัคร สภากาชาดไทยควรต้องสร้างสิ่งที่มีคุณค่าทางสังคมและสิ่งที่มีคุณค่าทางชีวิต ให้เพิ่มพูนอย่างยั่งยืน สิ่งเหล่านี้จะนำพาประเทศชาติให้พัฒนาก้าวหน้าและประชาชน
จะพ้นทุกข์และมีสุขได้
สภากาชาดไทยจึงมีนโยบายอาสาสมัครสภากาชาดไทย ที่กำหนดให้อาสาสมัครมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนพันธกิจ ด้านบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย ด้านบรรเทาทุกข์ ด้านบริการโลหิต และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสภากาชาดไทยให้บรรลุผล
เพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากล และเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและต้องช่วยให้มีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ สภากาชาดไทยยังได้กำหนดแผนแม่บทการพัฒนาระบบงานอาสาสมัครไว้ชัดเจน มีเป้าหมาย ๖ ประการ ได้แก่
1. สร้างระบบอาสาสมัครแบบบูรณาการ
2. ปลูกฝังจิตสาธารณะ และการสร้างอาสาสมัครที่มีคุณภาพ
3. ดูแลอาสาสมัครให้มีประสบการณ์การทำงานที่ดี
4. พัฒนาสภากาชาดไทยเป็นองค์กรจิตอาสาที่เข้มแข็งและยั่งยืน
5. เสริมสร้างสภากาชาดไทยให้เป็นองค์กรอาสาสมัครชั้นนำที่สังคมเชื่อมั่น
6. เชื่อมโยงระบบอาสาสมัครสภากาชาดไทยให้เป็นเครือข่ายระดับชาติ
เพื่อปลุกระดมจิตอาสาในสังคมไทย
การดำเนินงานทุกภารกิจของสภากาชาดไทยนั้น สามารถให้อาสาสมัครมีส่วนร่วมได้ จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นกับภารกิจจะเป็นประโยชน์ ในแง่การมีคนจำนวนมากขึ้นมาช่วยงานของสภากาชาดไทยแล้ว ยังสามารถระดมความรู้ความสามารถ และทักษะต่างๆ ที่บุคลากรของเรายังมีไม่เพียงพอมาช่วยในกิจการของสภากาชาดไทย อีกทั้งเป็นการแสดงความเป็นตัวตนขององค์กรอาสาสมัคร ซึ่งเป็นแก่นของความเป็นกาชาดด้วย
ดังนั้น ในการพัฒนาระบบอาสาสมัคร จึงควรมีนวัตกรรมใหม่ๆ และคิดต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น การมีระบบอาสาสมัครสำหรับทุกวัย ได้แก่ เยาวชน วัยทำงาน วัยเกษียณ
การระดมผู้มีจิตอาสาในพื้นที่ให้มาร่วมงาน ในฐานะอาสาสมัครสภากาชาดไทย หรืออาสาช่วยทำงานเฉพาะกิจ หรืออาสาเป็นบุคลากรประจำที่ไม่รับค่าตอบแทน นอกจากนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอยังสามารถชักชวนเครือข่ายอาสาสมัครของ หน่วยงานอื่นมาร่วมงาน โดยเหล่ากาชาดจังหวัดวางแผนพัฒนาระบบอาสาสมัครในพื้นที่ มีหน่วยงานส่วนกลางของสภากาชาดไทยสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงาน เพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านนี้ของเหล่ากาชาดจังหวัดอย่างเต็มที่และต่อ เนื่อง ขอให้ทุกคนในสภากาชาดไทย รวมทั้งเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอช่วยกันนำนโยบายอาสาสมัครของสภา กาชาดไทย และแผนแม่บทการพัฒนาระบบงานอาสาสมัคร
ไปปฏิบัติให้เกิดผล เพื่อให้สภากาชาดไทยเป็นองค์กรอาสาสมัครที่แท้จริง ตลอดจนช่วยกันปลูกฝังค่านิยมการมีจิตอาสา จิตสาธารณะให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดสังคมจิตอาสาที่คนในสังคมมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยินดีช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และเต็มใจร่วมทำการใดๆ
เพื่อประโยชน์ของสังคม และประเทศชาติโดยไม่คาดหวังว่าจะได้สิ่งใดตอบแทน
ในท้ายที่สุดนี้ ขอฝากไว้ว่า
 
“การเป็นอาสาสมัครอาจจะเหนื่อยยาก
แต่ใจเป็นสุข เพราะเห็นผู้อื่นพ้นทุกข์”


ขอขอบคุณทุกท่าน


วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ติดต่อสำนักงานยุวกาชาด



สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย

สถานที่ติดต่อ
       1871 ชั้น 2 อาคารเฉลิม บูรณะนนท์ 
       ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ

เบอร์โทรศัพท์ 
       0 2252 5002 - 3 กด 1

เบอร์โทรสาร 
       0 2252 5004 

ช่องทางติดต่อ Social Network

       Facebook Fan Page

       Blog

       Instagram

       Twitter

       Google Plus

       Youtube Channel   


































วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สภากาชาดไทย รับมอบเครื่อง AED จากบริษัท Philips

     
         วันที่ 14 กรกฏาคม 2558 เวลา 10.00 น. นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย รับมอบเครื่อง AED จากบริษัท Philips จำนวน 3 เครื่อง โดย 1 เครื่องเป็นเครื่องใช้จริงมอบให้กับสภากาชาดไทย จำนวน 2 เครืองมอบให้กับสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เพื่อไว้สำหรับสาธิตการสอนวิชาปฐมพยาบาล

        เครื่อง AED มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิต เนื่องจากการปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) จะสามารถช่วยให้หัวใจส่งเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ในระยะหนึ่ง และจะสามารถบอกได้ว่าหัวใจอยู่ในสภาพพร้อมที่จะถูกเครื่อง AED กระตุ้นให้กลับคืนมาสู่ปกติได้หรือไม่ กล่าวคือหัวใจต้องเต้นในจังหวะ ventricular fibrillation การที่จะทำการกระตุ้นหัวใจที่เต้นแบบ VF จะต้องกระทำโดยเร็ว ยิ่งเร็วยิ่งดี เครื่อง AED นี้จึงมีความสำคัญมากในการกู้ชีพขั้นต่อจาก CPR แต่ถ้าหัวใจไม่เต้นแบบ VF ก็จะต้องใช้มาตรการอื่นๆ ในการช่วยชีวิต เช่นนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ต่อไป










 


 





วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ขอเชิญประกวดคลิปวีดีโอชิงรางวัล




        สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนอาสายุวกาชาดสังกัดชมรมอาสา  ยุวกาชาดทั่วประเทศ ส่งคลิปวีดีโอเข้าร่วมประกวดในโครงการประกวดสร้างสรรค์คลิปวีดีโอ หัวข้อ “อาสายุวกาชาดมีคุณธรรม จิตอาสา พึ่งพาได้”เปิด รับสมัครพร้อมส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ – 6 สิงหาคม 2558 ผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2252-5002– 3 กด 1 
        ปัจจุบันระบบสารสนเทศมีอิทธิพลต่อความเป็นมนุษย์อย่างมาก "คลิปวีดีโอ" จึงเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุค สมัยนี้เช่นกัน เพราะกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย สำนักงานยุวกาชาดจึงได้นำระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจด้านคุณธรรม จริยธรรม และจิตอาสาสู่เยาวชนตามนโยบายของสภากาชาดไทย โดยการจัด โครงการประกวดสร้างสรรค์คลิปวีดีโอ “อาสายุวกาชาดมีคุณธรรม จิตอาสา พึ่งพาได้” ขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์การประกวดฯ ดังนี้
  
      หลักเกณฑ์การประกวดฯ

ผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด อาสายุวกาชาดสังกัดชมรมอาสายุวกาชาดทั่วประเทศ

รางวัลการประกวด
รางวัลที่ 1 เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล จำนวน         10,000 บาท
รางวัลที่ 2 เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล จำนวน          8,000   บาท
รางวัลที่ 3 เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล จำนวน          6,000   บาท



กติกาการส่งผลงานเข้าประกวด
    ด้านผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
1.ผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด ต้องเป็นอาสายุวกาชาด
2.ผู้ส่งผลงานให้ส่งเป็นทีม ทีมละ 5 คน และที่ปรึกษาชมรมฯ 1 คน รวมเป็น 6 คน


   ด้านเนื้อหาที่นำเสนอ
1.ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องมีเนื้อหาที่สื่อถึง “อาสายุวกาชาดมีคุณธรรม จิตอาสา พึ่งพาได้”
2.ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องมี ชื่อและโก้ ของสำนักงานยุวกาชาดสภากาชาดไทย อยู่ในคลิปการนำเสนอด้วย


   ด้านเทคนิคการจัดทำ
1.เป็นคลิปที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ หรือสมาร์ทโฟน ซึ่งมีความละเอียดของไฟล์ 5 ล้านพิกเซลขึ้นไป โดยมีการถ่ายทำในพื้นที่ที่อาสายุวกาชาดพำนักเป็นหลัก
2.ความยาวของคลิป ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 1 นาที และไม่เกิน 3 นาที แนบไฟล์วีดีโอต้นฉบับบันทึกลงแผ่น CD หรือ DVD (ไฟล์ต้องเป็น MPG, MP4, FLV, AVI หรือ MOV)
3.ไม่จำกัดรูปแบบวิธีการนำเสนอ เทคนิคการถ่ายทำ และไม่จำกัดเทคนิคการผลิตและการตัดต่อ


    ด้านการตัดสิน
1.การตัดสินพิจารณาจากคณะกรรมการตัดสินที่แต่งตั้งจากสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เท่านั้น
2.คณะกรรมการตัดสินมีสิทธิ์กำหนดวิธีการตัดสินโดยยึดแนวปฏิบัติที่เป็น มาตรฐานสากลและผลการตัดสินของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุด โดยจะฟ้องร้องมิได้
3.คณะกรรมการตัดสินและคณะกรรมการดำเนินงานการประกวดคลิปวีดีโอ ไม่มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวด


    ด้านอื่นๆ
1.คลิปวีดีโอที่ส่งเข้าประกวดต้องถ่ายทำโดยผู้ส่งวีดีโอเข้าร่วมประกวดเท่า นั้น และเป็นวีดีโอที่ไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดใดๆ มาก่อน
2.คลิปวีดีโอที่ส่งเข้าประกวดทุกคลิปวีดีโอต้องส่งไฟล์ต้นฉบับ และให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เท่านั้น โดยสงวนสิทธิ์ไม่ส่งคืนแก่ผู้ส่งคลิปวีดีโอเข้าประกวดและสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในงานผลิตคลิปวีดีโอดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นคลิปวีดีโอ ที่ได้รับรางวัลหรือไม่ก็ตาม และสามารถนำคลิปวีดีโอไปใช้ในภารกิจของสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย โดยไม่มุ่งหวังผลทางการค้า โดยผู้ส่งคลิปวีดีโอเข้าประกวดคงเป็นเจ้าของสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 18 ในการแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์งานและมีสิทธิ์ในการห้ามไม่ให้ผู้อื่นเอา งานของตนไปดัดแปลงให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของผู้สร้างสรรค์งานตลอดไป
3.ผู้ส่งคลิปวีดีโอเข้าประกวดทุกคนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้น ทุกประการ หากฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าประกวดหรือรับรางวัล รวมทั้งผู้จัดการประกวดอาจเรียกรางวัลที่ได้รับไปแล้วกลับคืนผู้ส่งวีดีโอ เข้าร่วมประกวดเท่านั้น และเป็นวีดีโอที่ไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดใดๆ มาก่อน



การเข้าร่วมและส่งผลงานเข้าประกวด
1.เปิดรับใบสมัคร พร้อมส่งผลงานถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2558 สามารถส่งด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ที่สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย 1871 อาคารเฉลิม บูรณะนนท์ ชั้น 2 ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
2.การตัดสินคลิปวีดีโอเข้าประกวด วันที่ 14 สิงหาคม 2558 ณ ห้องประชุมสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย
3.ประกาศผลการตัดสินการประกวดวันที่ 19 สิงหาคม 2558 ทาง http://thairedcrossyouth.blogspot.com/ และ Facebook : อาสายุวกาชาด สภากาชาดไทย ผู้ที่ได้รับรางวัลติดต่อกลับภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2558
4.ผู้ชนะการประกวดรับรางวัลพร้อมเกียรติบัตร รับรางวัล 25 สิงหาคม 2558 ณ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย


หลักเกณฑ์การให้คะแนน
1.เนื้อหาในภาพรวม / ความเหมาะสมของเนื้อหา การเรียบเรียงเรื่องราว ตลอดจนการถ่ายทอดเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เกิดความเข้าใจปฏิบัติตามได้ง่าย และสามารถเป็นต้นแบบของอาสายุวกาชาด มีคุณธรรม จิตอาสา พึ่งพาได้  30  คะแนน
2.ความคิดสร้างสรรค์ แนวคิด / ความคิดสร้างสรรค์ ความโดดเด่นที่ช่วยให้น่าติดตามเกิดความประทับใจ และเกิดการจดจำ และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร(สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย)  50  คะแนน
3.คุณภาพการผลิต / คุณภาพของภาพ เสียง การตัดต่อ ความสวยงามของผลงาน 10  คะแนน
4.ความเหมาะสมในการนำคลิปไปเผยแพร่หรือต่อยอดได้ 10  คะแนน



ดาวน์โหลดใบสมัคร http://www.4shared.com/office/CH1JKR5Jba/3_online.html

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คู่มือการอบรม




หลักสูตรคู่มือการอบรมฯ ต่างๆ (ดาวน์โหลด)













 - คู่มือการจัดกิจกรรมยุวกาชาด 
เรื่องการเรียนรู้กฏหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเพื่อเยาวชน (IHL)
http://www.4shared.com/rar/4YDwTbogce/_216_p.html 


 











- แผนการจัดกิจกรรม เรื่อง อาสาหน้าใส ร่วมใจลดโลกร้อน
http://www.4shared.com/rar/eHkHPSa1ce/_online.html